นายกเทศมนตรีนครยะลา ผลักดัน โครงการ ปากายังมลายู เพื่อให้พื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา เป็นศูนย์กลางออกแบบ จำหน่าย แฟชั่นเสื้อผ้ามลายู ชายแดนใต้

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ผนึกกำลังผู้ประกอบการจำหน่ายผ้า นักออกแบบผ้า ดีไชน์เนอร์ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดยะลา สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผลักดันพื้นที่ย่านตลาดเก่า และย่านการค้าในเขตเทศบาลนครยะลา ให้เป็นศูนย์กลางการจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นมลายู เน้นออกแบบให้เป็นอัตลักษณ์ ทำแบรนดิ้ง เพื่อส่งขายในโลกมลายู พร้อมผนวกงานมลายูเดย์@ยะลา คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้

โดยนายกเทศมนตรีนครยะลาได้กล่าวในที่ประชุมว่า เมื่อตอนลงหาเสียงการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา ได้พบว่าคนจากจังหวัดอื่นนิยมเข้ามาซื้อสินค้าที่เป็นผ้าพื้นเมืองของยะลาจำนวนมาก พอเดินเข้ามาหลังร้านก็มีการไลฟ์สดขายผ้าดังกล่าวด้วย และมีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงทำให้ขณะนั้นเกิดเป็นแนวคิดที่จะสร้างยะลาให้ “เป็นศูนย์กลางของแฟชั่นเสื้อผ้ามลายู” เพื่อเป็นการส่งเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยหลังจากนั้นก็ได้คุยหารือกับทางสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา ที่มีประสบการณ์เรื่องผ้า และในส่วนของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา เพราะเสื้อผ้่าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการแต่งกาย ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ก็ได้คิดกว้าง ๆ ไว้ ซึ่งได้มองผ้าออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1. ผ้าร่วมสมัย คือ ผ้าที่เราใส่กันทั่วไป

2. ผ้าพื้นเมือง คือ ผ้าบาติก ผ้าปะลางิง

3. ผ้าพระราชทาน ซึ่งเป็นผ้าไหม หรือที่เป็นลายพระราชทาน ซึ่งพระองค์เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ได้ออกแบบลวดลายด้วยพระองค์เอง แล้วพระราชทานให้นักออกแบบผ้าพื้นเมืองประยุกต์ใช้

ในขณะเดียวกัน การแต่งกายก็แบ่งออกเป็น 3 ประเภท เช่นกัน คือ

1. การแต่งกายร่วมสมัย

2. การแต่งกายพื้นเมือง

3. การนำผ้าลายพระราชทานมาออกแบบ ผสมกับผ้าร่วมสมัย หรือผสมผ้าพื้นเมือง ให้สอดคล้องกับการแต่งกายที่เป็นพื้นเมือง หรือการแต่งกายที่เป็นร่วมสมัย

เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เทศบาลนครยะลา กำลังคิด และต้องการให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าถ้าจะจัดงานในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงของวันแม่ จะดำเนินการอย่างไร เช่น

1. แผนการออกแบบ ให้คิดธีมของงานให้สอดคล้องกับเมืองยะลา โดยภายในงานอาจจะมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันการออกแบบ การตัดเย็บ การเดินแฟชั่น และอาจจะนำนางแบบดัง ๆ ของมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย มาเดินแบบด้วยชุดที่ได้ทำการออกแบบโดยดีไซเนอร์เก่ง ๆ

2. การจัดการแข่งขันออกแบบลายผ้า ซึ่งคาดหวังไว้ว่าในอนาคตลายผ้ามลายูเหล่านี้อาจจะกลายเป็น แบรนด์ดังของยะลา ที่สามารถจะขายไปทั่วโลก

3. นอกจากนั้น อาจจะมีการจัดนิทรรศการ หรือจัดการเรียนการอบรม ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ หรือยังดีไซน์เนอร์ ให้มาสานต่อการออกแบบให้เข้าได้กับวัยต่างๆ

ซึ่งที่ผ่านมา เทศบาลนครยะลา ร่วมกับ สถานกงสุลใหญ่อินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย ประจำจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันจัดงาน มลายูเดย์@ยะลา มาแล้วหลายปี ดังนั้นอาจจะนำเรื่องผ้าไปรวมกับการจัดงานมลายูเดย์ได้ด้วย ทางด้านนักออกแบบผ้าในยะลาที่มาร่วมประชุมก็ได้นำเสนอความเห็นที่หลากหลาย เพื่อช่วยกันผลักดันกิจกรรมนี้ให้สำเร็จ

นอกจากนี้ ร้านขายผ้า ขายชุดแต่งกายที่มาร่วมประชุมก็ให้ความร่วมมือที่จะรวมพลังผลักดันให้พื้นที่ในเขตเทศบาลนครยะลา เป็นศูนย์กลางการออกแบบ การจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นเครื่องแต่งกายมลายู โดยใช้ชื่อว่า ปากายัง มลายู หรือแปลว่า เครื่องแต่งกายตามอัตลักษณ์มลายู อันเป็นจุดเด่นของสินค้าบ้านเราที่จะส่งจำหน่ายได้กว้างขึ้นในอนาคตต่อไป

#สำนักข่าว #กรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar