ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-เนเธอร์แลนด์ ในการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-เนเธอร์แลนด์ในการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทย มีแนวคิดดึงผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศร่วมหาแนวทางป้องกันน้ำเค็มอย่างเป็นระบบและเกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย จัดการสัมมนาวิชาการเรื่อง “ความท้าทายเกี่ยวกับการรุกล้ำของน้ำทะเล” (Thailand - the Netherlands Technical webinar on Sea Water Intrusion) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้กรอบความร่วมมือ (MOU) เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างสองประเทศที่ได้ลงนามระหว่างกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่าน การเร่งแก้ไขปัญหาน้ำทะเลรุกตัวเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญและเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น จากปัจจัยของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น น้ำจืดลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของลำน้ำ โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแนวทางการแก้ปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม น้ำท่วม และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ที่ภาคส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มรุกตัวในลุ่มน้ำทั้ง 4 แห่ง คือ แม่น้ำเจ้าพระยาแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง
ดังนั้น การหารือในเชิงเทคนิคระหว่างสองประเทศครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ สทนช.จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาร่วมหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ที่ยังมีถกเถียงในวงกว้างซึ่งต้องอาศัยข้อมูล งานวิจัยมาพิจารณายืนยันจากผลการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมและไม่เกิดผลกระทบ อาทิ หากปริมาณฝนหรือน้ำต้นทุนน้อยลงจะทำให้เกิดปัญหาน้ำเต็มรุกมากขึ้นโดยอาศัยงานวิจัยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมาศึกษา หรือปริมาณความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ หากเราสามารถควบคุมการใช้น้ำ หรือการส่งน้ำได้ดีขึ้น และหากระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงและสูงขึ้นระดับไหนเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้จะมีความสัมพันธ์กับแผนงานโครงการที่จะเกิดขึ้นในการกำหนดมาตรการ วิธีการในการป้องกันน้ำเค็มรุกจะเป็นรูปแบบใดที่เหมาะสมและเกิดผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ว่าจะสร้างประตูกั้นน้ำ ฝาย หรือจัดโซนเพื่อควบคุมน้ำเค็มให้อยู่วงจำกัด (Zoning) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนโดยเร็ว เพราะในอนาคตอาจจะมีปริมาณน้ำจืดไม่มากพอมาผลักดันความเค็มอย่างปัจจุบันได้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ www.onwr.go.th หรือ Facebook Fan page : สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ